|
เกาะหลีเป๊ะ
ชายหาดบนเกาะหลีเป๊ะ อุดมไปด้วย ท้องทะเลที่ใสสะอาด เกาะที่เงียบสงบ และน้ำที่ตื้นเขิน โดย เกาะหลีเป๊ะ มีหาดที่สำคัญๆ อยู่ 4 หาดคือ
Bundhaya Resort,
Sita Beach Resort & Spa
หาดซันไรท์ อยู่ทางทิศตะวันออก ใกล้ๆ
กับหมู่บ้านชาวเล
แนะนำที่พักบนหาดซันไรท์ เกาะหลีเป๊ะ:
Idyllic Concept Resort
หาดคาร์มา
อยู่ทางตอนเหนือ ซึ่งหันหน้าเข้าเกาะอาดัง
หาดซันเซ็ท อยู่ทางทิศตะวันตก
หันหน้าเข้ารับแสงอาทิตย์ ตามชื่อของหาด
รูปภาพโดย
Bundhaya Resort
เกาะหลีเป๊ะ อยู่ทางตอนใต้ของเกาะอาดัง และเป็นที่อยู่อาศัยของชาวน้ำประมาณ 500 คน ซึ่งกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เกาะหลีเป๊ะอยู่บนเกาะลันตาในจังหวัดกระบี่ พวกเขาดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการประมง และการเพาะปลูกผัก ปลูกข้าวอยู่บนเกาะหลีเป๊ะ
เกาะหลีเป๊ะ อยู่นอกเขตอำนาจของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา
ดังนั้นจึงได้รับการยกเว้นจากกฎหมายของอุทยานแห่งชาติ เกาะหลีเป๊ะมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการของการท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น
ซึ่งส่งผลให้ ปัญหาขยะและการอนุรักษ์สัตว์มากขึ้นตามไปด้วย หนึ่งในเหตุผลที่จำนวนของนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวที่นี่เพิ่มมากขึ้นก็คือ
รายการ "Tarutao Survivor"
ซึ่งเป็นรายการที่นำเสนอการใช้ชีวิตบนหมู่เกาะตะรุเตา แบบเรียลลิตี้โชว์
เกาะหลีเป๊ะ ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายอุทยาน
ดังนั้นจึงมีการจำกัดสถานที่สำคัญไว้ส่วนหนึ่งบนเกาะอาดัง บังกะโลหลายแห่งเริ่มก่อสร้างขึ้นในหมู่บ้านหลักๆ ตามแนวชายฝั่งตะวันออกและหาดพัทยา
ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะหลีเป๊ะ นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารและร้านค้าอีก
2 - 3 แห่งอีกด้วย คุณ สามารถเดินไป-มาระหว่างหมู่บ้านกับหาดพัทยา
โดยใช้เวลาประมาณ 20 - 30 นาทีเท่านั้น หรือใช้บริการของเรือหางยาวที่บริการผู้โดยสาร
เสียค่าใช้จ่ายคนละ 30 บาท
มีแนวปะการังอยู่ด้านใต้ของเกาะเล็กๆ และอ่าวเล็กๆ น้อยๆ มากมาย
ชาวน้ำจะคอยให้บริการเช่าเรือเพื่อท่องเที่ยวไปยังเกาะรอบๆ
ซึ่งเต็มไปด้วยแนวปะการังมากมาย
หาดพัทยา เป็นหาดที่มีความสวยงามที่สุดใน 2 หาดหลักๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นอยู่หน้าหมู่บ้านชาวเล ซึ่งเป็นท่าที่ใช้จอดเรือเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม มีเกาะเล็กๆ อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามกับหมู่บ้าน หรือเรียกว่า "เกาะกระ" เป็นเกาะที่ได้รับการอนุรักษ์แนวปะการังไว้อย่างดั เหมาะสำหรับการดำน้ำชมความสวยงามของแนวปะการัง นอกจากนี้ คุณยังสามารถที่จะว่ายน้ำ หรือเล่นน้ำได้อย่างสนุกสนานอีกด้วย
คุณสามารถที่จะตั้งแคมป์ที่นี่ได้
หรืออาจจะเช่ากระท่อมจากชาวน้ำ
ในราคาเพียง 200 - 300 บาท
ต่อคืนเท่านั้น
หรือคุณอาจจะเดินทางไปพักตามบังกะโลต่างๆ
ที่มาเปิดให้บริการตลอดแนวชายฝั่งตะวันออกและตะวันตกก็ย่อมได้
ที่กิน ที่เที่ยวบน เกาะหลีเป๊ะ
โดยแท้จริงแล้ว
อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตาจะเปิดเฉพาะเดือนพฤศจิกายน
ถึง เดือนพฤษภาคม นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในช่วงฤดูมรสุมจะสามารถเข้าพักในที่พักที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตาได้
แต่ท่านจะต้องนำอาหารมาเองจากบนเกาะ
หรือไม่ก็พักกับชาวน้ำบนเกาะหลีเป๊ะ
คุณสามารถจองบังกะโลที่อุทยานฯ
ได้ที่
ออฟฟิศของอุทยานบริเวณท่าเทียบเรือปากบารา
(โทร. 074-783-485)
แต่พนักงานที่นี่ไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้
หรือจองผ่านกรมป่าไม้ (โทร.
0-2561-4292 ถึง 3)
สำหรับเกาะตะรุเตาและเกาะอาดัง
คุณอาจจะต้องนำอาหารมาด้วย
เนืองจากอาหารในอุทยาน
ค่อนข้างมีราคาแพงเลยทีเดียว
ที่พักในจังหวัดสตูล |
|
ชื่อโรงแรม |
ราคา (บาท) |
สถานที่ตั้ง |
|
Idyllic Concept Resort
 |
4,230 - 7,550 |
เกาะหลีเป๊ะ |
|
Sita Beach Resort & Spa
 |
3,895 - 20,950 |
เกาะหลีเป๊ะ |
|
Castaway Beach Resort
 |
1,250 - 5,995 |
เกาะหลีเป๊ะ |
|
Bundhaya Resort
|
1,200 - 9,000 |
เกาะหลีเป๊ะ |
|
Pinnacle Wangmai |
800 - 1,200 |
จังหวัดสตูล |
|
Tarutao Cabana |
1,200 - 3,500 |
เกาะตะรุเตา |
|